ถ้ำจอมพล

Marshal Caves

ถ้ำจอมพล เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก ตอนนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นตา ตื่นใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้ไปชมความงดงาม นอกจากความสวยงามตามธรรมชาติแล้ว ถ้ำแห่งนี้ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์คือ ในอดีตนั้นได้มีพระมหากษัตริย์ไทย ได้มาเยือนถ้ำแห่งนี้ถึง 3 พระองค์ด้วยกัน ซึ่งชื่อถ้ำแห่งนี้ก็ได้พระราชทานแต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งที่ท่านมาประพาส ณ ถ้ำแห่งนี้ พร้อมกับสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ เมื่อปี 2438 ท่านทรงทอดพระเนตรความงามของหินงอก หินย้อยภายในถ้ำแล้วจินตนาการว่ามันมีความงดงามอ่อนช้อย คล้ายกับริ้วไหมอินทรธนูบนบ่าของท่านจอมพลในอดีต ท่านจึงได้พระราชทานนามว่า จอมพล การไปประพาสในครั้งนั้นพระองค์ท่านยังได้สลักพระปรมาภิไธย จปร.114 ไว้ตรงปากทางถ้ำด้วย ซึ่งทุกวันนี้หากใครมีโอกาสได้เที่ยวที่นี่ก็จะยังสามารถเห็นรอยแกะสลักนี้อยู่
ถ้ำที่อยู่กลางป่าลึกลับ ในความสวยงาม ย่อมซ่อนไปด้วยตำนานเล่าขานกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อท่านได้เข้าไปด้านในถ้ำ นอกจากกินงอกหินย้อยที่สวยงามแล้ว ท่านจะได้พบกับหินฤๅษี และรูปปั้นฤๅษี ซึ่งมีรูปร่างที่ดูแปลกตา คล้ายกับเป็นลักษณะของฤๅษีที่กำลังนั่งอยู่ ด้วยความศรัทธาชาวบ้านก็เอาผ้าที่เป็นลายหนังสือไปคลุมหิน ยิ่งทำให้หินนี้มีลักษณะคล้ายกับฤๅษีเข้าไปอีก ชาวบ้านในแถบนี้เรียกกันว่า พ่อปู่ฤๅษี โดยต่างก็มีความเชื่อตามๆ กันมาว่าท่านสามารถที่จะดลบันดาลโชคลาภ ความสุขความเจริญให้ได้อย่างที่เราปรารถนา ด้วยเหตุนี้ก็ทำให้ใครหลายๆ คนที่มีความเชื่อก็มักจะเข้ามาบนบานกับท่านอยู่บ่อยๆ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่เข้าไปจะสังเกตเห็นว่าที่รูปปั้นฤๅษี จะมีป้ายติดอยู่ว่าห้ามถ่ายรูป ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีคนฝืนกฎอย่างแน่นอน ชาวบ้านเล่าว่ามีบางคนถ่ายรูปพ่อปู่ฤๅษีไปไม่นานก็จะต้องเอารูปมาคืน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่ว่าท่านพ่อปู่อาจจะไม่ชอบให้ใครถ่ายรูปท่าน และไม่ห่างจากหินพ่อปู่ฤๅษีนี้ไกลนัก ก็จะมีหินที่มีรูปร่างคล้ายกับคนสองคนยืนกอดกันอยู่ ซึ่งตำนานเล่าว่าหินสองก้อนนี้คือหินที่เป็นแม่กับลูกยืนกอดกัน และข้างๆก็จะมีหินอีกก้อนตั้งอยู่แบบเดี่ยวๆ ก็มีการจินตนาการต่อว่าเป็นพ่อ ในตำนานเล่าว่าครอบครัวนี้ ถูกท่านฤๅษีสาปให้กลายเป็นหิน โดยชาวบ้านในแถบนี้จะเล่าต่อกันว่าหากมีใครผ่านมายังถ้ำแห่งนี้ดึกๆ ดื่นๆ ก็จะได้ยินเสียงคนคุยกัน หรือบางครั้งก็ได้ยินเสียงเด็กร้องตะโกนลั่นถ้ำเลย แต่ถึงอย่างไรก็ตามตำนานก็ยังคงเป็นตำนาน แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถที่จะพิสูจน์ได้ว่ามันมีจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้จริงๆ คือความงดงามของถ้ำแห่งนี้ ที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างขึ้นมาอย่างลงตัว ให้กลายเป็นทรัพยากรธรรมชาติให้ชาวราชบุรีได้ดูแล รักษาไปตราบนานเท่านานให้ลูกหลานคนไทย และชาวต่างชาติได้เข้ามาชมความงดงาม